ข้อกำหนดในการใช้บริการ
นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด
บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด (“บริษัท”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้เป็นผู้สมัครงาน, ลูกค้า/ คู่ค้า ของบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
1. คำนิยาม
ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ คำหรือข้อความสามารถนิยามได้ดังนี้
2. บททั่วไป
นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย และวิธีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศภายในบริษัทในเครือของบริษัท บริษัทอาจดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นครั้งคราว รวมถึงที่ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะเจาะจงอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นท่านจึงควรติดตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่กำหนดไว้นี้อยู่เสมอ
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
3.1 บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด และเป็นไปเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและตามบทบัญญัติของกฎหมาย
3.2 บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ไว้หรือมีอยู่กับบริษัท หรือที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการ เป็นต้น
3.3 ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบันแก่บริษัท อาจส่งผลกระทบต่อท่านในการทำธุรกรรมกับบริษัท หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญาที่มีอยู่กับบริษัท หรืออาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่ท่านหรือบริษัทต้องปฏิบัติตาม
3.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
3.4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ได้แก่
(1) ข้อมูลแสดงตัวตนของท่านและข้อมูลการติดต่อ เช่น รูปภาพ เสียง ชื่อและนามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง เพศ วันเกิด อายุ สถานภาพ ที่อยู่ อาชีพ สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อีเมล ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
(2) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ของท่าน เช่น สถานภาพทางการสมรส ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว รายละเอียดการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน ประวัติการศึกษา สถานภาพทางทหาร เป็นต้น
(3) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ตำแหน่งหรือฐานะ ตำแหน่งงาน แผนกงาน ประวัติส่วนตัว ประวัติการจ้างงาน ข้อมูลการดำเนินการทางวินัยในการทำงาน ข้อมูลประวัติการอบรมและการประเมินผลงาน ประวัติการลางานในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น
(4) ข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนและผลประโยชน์ของท่าน เช่น ข้อมูลค่าจ้าง เงินเดือน ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เป็นต้น
(5) ข้อมูลบัญชีและการทำธุรกรรม เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับการชำระเงินค่าสินค้าและบริการของบริษัท ข้อมูลบัตรเครดิตและ/หรือบัตรเดบิต ตลอดจนรายละเอียดสินค้าโตชิบาที่ท่านได้ซื้อจากบริษัท และหมายความรวมถึงเลขที่บัญชีธนาคารของท่าน
(6) ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐาน หรือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ เลขทะเบียนรถยนต์ สำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือธุรกิจ เป็นต้น
(7) ข้อมูลการตรวจสอบการเข้าสู่ระบบหรืออาคารสถานที่ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV), ข้อมูลระบบซอฟต์แวร์, ข้อมูลการเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต, ข้อมูลการใช้งานอีเมลและการใช้งานโทรศัพท์ เป็นต้น
(8) ข้อมูลด้านเทคโนโลยี เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ (Location) โดยใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้เปิดดูเว็บไซต์ (Browser) ข้อมูลบันทึกการเข้าออกเว็บไซต์ ข้อมูลบันทึกประวัติการใช้เว็บไซต์ ข้อมูลบันทึกการเข้าสู่ระบบ (Login Log) ข้อมูลรายการการทำธุรกรรม (Transaction Log) สถิติการเข้าเว็บไซต์ เวลาที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Access Time) ข้อมูลที่ถูกค้นหาหรือเข้าชม ข้อมูลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) การใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ในเว็บไซต์ และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookie) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน เป็นต้น
3.4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ซึ่งหมายถึง ข้อมูลตามมาตรา 26 ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลเชื้อชาติ ข้อมูลประวัติอาชญากรรม ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวของท่าน เว้นแต่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือกรณีอื่นใด ตามที่นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้หรือกฎหมายกำหนด
3.5 แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
3.5.1 บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น เมื่อท่านใช้บริการและให้ข้อมูลผ่านเว็ปไซต์ของบริษัท หรือเมื่อท่านให้ข้อมูลผ่านช่องทางที่บริษัทจัดเตรียมไว้ เมื่อท่านเข้าทำสัญญาหรือธุรกรรมกับบริษัทและส่งมอบเอกสารและสำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน หรือเมื่อท่านสอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือส่งข้อร้องเรียนต่อบริษัท เป็นต้น
3.5.2 บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก เช่น หน่วยงานราชการ คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เว็บไซต์อื่น ๆ ที่น่าเชื่อถือ เป็นต้น
3.6 ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อท่าน หรือตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยในกรณีที่ท่านไม่มีการใช้บริการหรือการทำธุรกรรมบริษัทแล้ว บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดหลังจากนั้น หรือจัดเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือตามอายุความ หรือตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด เช่น กรมสรรพากร เป็นต้น หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลของท่านได้อีกต่อไป
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
4.1 วัตถุประสงค์ที่บริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทอาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามกรณีดังต่อไปนี้
4.1.1 กรณีบริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อการพิจารณารับเข้าทำงาน รวมถึงการคัดกรองหรือคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ามาเป็นพนักงานภายในบริษัท
4.1.2 กรณีที่จำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศที่อาจจะไม่มีระดับการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม
4.1.3 การทำกิจกรรมด้านการส่งเสริมการขายและการสื่อสารการตลาด รวมถึงการเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท เช่น การส่งแจ้งจดหมายข่าวสาร ทางอีเมล, ทางโทรศัพท์ หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อแจ้งข้อเสนอ โปรโมชั่น ส่วนลด แคมเปญหรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น การแจ้งเตือนแบบพุชผ่านเบราเซอร์ของท่าน การวิจัยตลาดหรือการสำรวจ รวมถึงการสร้างโปรไฟล์การตลาดและการปรับแต่งคำแนะนำและเนื้อหาทางการตลาดที่เราและบุคคลอื่นๆ นำเสนอให้ตรงกับความสนใจของท่าน และข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่บริษัทนำเสนอ เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับสินค้าที่มีอยู่แล้วในขณะนี้และที่จะจัดให้มีขึ้นในภายหลัง ไม่ว่าบริษัทจะดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการในนามบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ
4.1.4 วิเคราะห์ข้อมูล วิจัย ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่างๆ ที่จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอและให้บริการในมาตรฐานที่สูงขึ้นหรือเพิ่มสิทธิและผลประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ท่าน และจัดทำแผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย
หากท่านมีความประสงค์ที่จะถอนความยินยอมของท่านทั้งหมดหรือบางส่วน ท่านสามารถดำเนินการได้โดยได้ตลอดเวลาโดยการเลือกไม่รับการสื่อสารทางการตลาด หรือปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในสื่อการตลาดของบริษัทดังกล่าว หรือติดต่อบริษัทตามช่องทางที่ปรากฎในนโยบายฉบับนี้
4.2 วัตถุประสงค์ที่บริษัทดำเนินการโดยฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการโอนถ่ายข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวไปยังบริษัทในเครือของบริษัท
4.2.1 ฐานทางกฎหมายอื่นๆ เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ต้องขอความยินยอม ได้แก่
(1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาจ้างงานหรือการปฏิบัติตามสัญญาจ้างงานและงานอื่นใดที่บริษัทในฐานะนายจ้างได้มอบหมายให้กับท่าน
(2) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
(3) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก เพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(4) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ
(5) ฐานประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐของบริษัท
4.2.2 บริษัทอาศัยฐานทางกฎหมายที่ระบุในข้อ 4.2.1 ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีท่านเป็นผู้สมัครงาน บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-
เพื่อการพิจารณารับสมัครงาน สัมภาษณ์ และคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานเพื่อเป็นพนักงานตามเกณฑ์ของบริษัท รวมถึงการติดต่อหรือการแจ้งผลการพิจารณารับสมัครงานไปยังท่าน
-
เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทต้องการอย่างสมเหตุสมผล ตามที่ระบุไว้ในใบสมัครงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องใด ๆ
(2) กรณีท่านเป็นลูกค้าหรือคู่ค้าบริษัท บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำและการบริหารจัดการสัญญาระหว่างบริษัทกับลูกค้าหรือคู่ค้าของบริษัท รวมถึงการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปตามสัญญา รวมถึง การจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ท่าน
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการลงทะเบียนลูกค้าหรือคู่ค้ารายใหม่ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดำเนินการตามคำขอต่าง ๆ ของลูกค้าหรือคู่ค้า
-
เพื่อบันทึกการตั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ของบริษัท การออกใบแจ้งหนี้ การออกใบกำกับภาษี การทำการเบิกจ่ายเงินและการรับเงิน รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ และการดำเนินการทางบัญชีของบริษัท
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารหรือประสานงานในการดำเนินงานหรือภารกิจของบริษัทกับบุคคลภายนอก ลูกค้า หรือคู่ค้าของบริษัท รวมถึงพนักงานของลูกค้าหรือคู่ค้าดังกล่าว
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจดทะเบียนทางธุรกิจต่าง ๆ ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การแจ้งขึ้นทะเบียนบุคลากรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย การจัดทำรายงานภาษียื่นต่อกรมสรรพากร การตรวจสอบทางบัญชีโดยผู้สอบบัญชี เป็นต้น
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมของบริษัท เช่น การอบรม การจัดประชุม การสัมมนา โครงการของบริษัท การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น
-
เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการด้านสุขภาพ อาชีวอนามัย และความปลอดภัยของผู้รับเหมา การจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งการตรวจสุขภาพทั่วไปและการตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย (การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง) การทำประกันสุขภาพ และการประเมินความพร้อมด้านสุขภาพ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำหรับการรายงาน การสอบสวน การวิเคราะห์หาสาเหตุหรือพัฒนาการบริหารจัดการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) และกำหนดมาตรการในการแก้ไขป้องกันอุบัติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
-
เพื่อป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายที่อาจแพร่เข้ามาภายในบริษัท โดยการคัดกรองบุคคลที่เข้าและออกในสถานที่ รวมถึงการติดตามและจัดให้มีการรายงานการเดินทางที่อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคได้
-
เพื่อการตรวจสอบและการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท และการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงการเข้าและออกเพื่อปฏิบัติงานในสถานที่ของบริษัท การแลกบัตรเข้าออกอาคารหรือสถานที่ของบริษัท และการบันทึกข้อมูลการเข้าออกสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพภายในอาคารหรือสำนักงาน หรือบริเวณพื้นที่โดยรอบด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
-
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดีต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนและ/หรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น
-
เพื่อการบริหารจัดการ ดำเนินการ แก้ไข ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับช่องทางการสื่อสารของบริษัท เช่น เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมทั้งระบบการทำงานและการบริการต่างๆ ผ่านทางช่องทางการสื่อสารของบริษัท
-
เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
